
ดุสิต สวีท เจ-พาร์ค ศรีราชารุกโรงแรม-อพาร์ตเมนต์ในEEC
27 มิถุนายน 2568
ในจังหวะที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
(EEC) กำลังเร่งเครื่องเต็มสปีด
“ศรีราชา”
หนึ่งในหัวเมืองสำคัญกำลังถูกวางตำแหน่งใหม่ให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก
เมื่อสองกลุ่มทุนใหญ่ “สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น” ในเครือสหพัฒน์ จับมือกับ
“ดุสิตธานี” เปิดตัวโครงการ “ดุสิต สวีท เจ-พาร์ค ศรีราชา” ที่พักระดับลักชัวรีผสานกลิ่นอายญี่ปุ่น
ตั้งเป้าดึงดูดทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
โครงการนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จของทั้งสองพันธมิตร
หลังเคยจับมือกันในโครงการระดับพรีเมียมมาแล้วทั้งที่กรุงเทพฯ และชลบุรี
โดยคราวนี้เป็นการเปิดหน้ารุกตลาดโรงแรมและเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ในทำเลศักยภาพสูงสุดของภาคตะวันออก
“นี่คือก้าวแรกของเป้าหมายใหม่
เพื่อสร้างจุดศูนย์กลางแห่งใหม่ของธุรกิจและการพักผ่อนในศรีราชา” ชินจิ สุยะมะ กรรมการผู้จัดการ สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น
ผสานความละเมียดญี่ปุ่นกับบริการแบบไทย
ดุสิต สวีท
เจ-พาร์ค ศรีราชา จะเป็นอาคารสูง 12 ชั้น
รวม 195 ห้องพัก
รองรับทั้งระยะสั้นและระยะยาว ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องอาหาร
ห้องประชุม สปา ออนเซนแบบญี่ปุ่นแท้ และซาวน่าสาธารณะ
พร้อมตอบโจทย์ผู้เข้าพักทุกเชื้อชาติที่แสวงหาความหรูหรา ผ่อนคลาย
และมาตรฐานบริการระดับโลกความน่าสนใจของโครงการไม่ใช่แค่ตัวอาคารหรือสิ่งอำนวยความสะดวก
แต่คือแนวคิดเบื้องหลังที่เชื่อมโยงความเป็นญี่ปุ่นกับบริการแบบไทย
ผ่านเลนส์ของดุสิตธานี ที่จะเข้ามาบริหารจัดการทั้งหมด
“เรานำเอาความละเมียดละไมแบบญี่ปุ่นมาหลอมรวมกับ
‘Dusit Graciousness’ เพื่อส่งมอบประสบการณ์พักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร”
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ CEO ดุสิตธานี
ศรีราชาจากเมืองโรงงาน
สู่ฮับแห่งการพักผ่อน
ตั้งอยู่ติด
“เจ-พาร์ค” คอมมูนิตี้มอลล์แนวญี่ปุ่นที่สหพัฒน์พัฒนาไว้ก่อนหน้า
โครงการใหม่นี้จึงได้เปรียบทั้งด้านทำเลและฐานลูกค้า
โดยเฉพาะกลุ่มชาวญี่ปุ่นที่มีความผูกพันกับพื้นที่มายาวนาน
ขณะเดียวกันยังล้อมรอบด้วยนิคมอุตสาหกรรม และอยู่ในพื้นที่ส่งเสริมการลงทุน EEC
ซึ่งรัฐบาลไทยกำลังเร่งผลักดันเต็มที่การลงทุนครั้งนี้จึงไม่ได้มองแค่ตลาดวันนี้
แต่คือการวางหมากระยะยาว เพื่อปักธง “ศรีราชา” ให้เป็นมากกว่าเมืองอุตสาหกรรม
การจับมือของสองกลุ่มทุนในโครงการ
“ดุสิต สวีท เจ-พาร์ค ศรีราชา” จึงไม่ใช่แค่การเปิดโรงแรมใหม่ แต่เป็นการ
“ยกระดับเมือง” ปั้นเมืองอุตสาหกรรมให้กลายเป็น “ฮับท่องเที่ยว–ธุรกิจระดับโลก”
สะท้อนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเมืองรองไทยในยุค EECโครงการนี้สะท้อนแนวคิด ‘จากท้องถิ่น สู่เวทีโลก’
ของดุสิต ได้อย่างแท้จริง